ระวัง “ไข้เลือดออก” ระบาด เตือนประชาชน ภาคใต้ตอนบน

พญ.ศิริลักษณ์ ไทยเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผย สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย พบผู้ป่วยแล้ว 12,545 ราย เสียชีวิต 14 ราย ซึ่งพบว่าจำนวนผู้ป่วยสูงกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน โดยภาคใต้มีอัตราป่วยสูงสุด รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ

สำหรับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน พบผู้ป่วยจำนวน 1,165 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 10-14 ปี รองลงมา 5-9 ปี จังหวัดที่อัตราป่วยสูงสุดคือ นครศรีธรรมราช รองลงมา ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง สุราษฎร์ธานี และชุมพร

พญ.ศิริลักษณ์ กล่าวเพิ่ม คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น เนื่องจากบางพื้นที่มีฝนตก อาจทำให้เกิดน้ำขังตามภาชนะต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่เป็นพาหะโรค ทำให้ประชาชนยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้ จึงขอให้ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายบริเวณรอบๆ บ้าน และในบ้าน โดยใช้มาตรการ 3 เก็บ ได้แก่ 1. เก็บบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้เป็นที่เกาะพักของยุง 2. เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้าน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3. เก็บน้ำ สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันยุงลายไปวางไข่ เพื่อป้องกันโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ โรคไข้เลือดออก ยังไม่มียารักษาเฉพาะจึงต้องรักษาตามอาการ คือ ให้ยาลดไข้ เช็ดตัว ป้องกันอาการช็อก อาการโรค ได้แก่ ไข้สูงปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หน้าแดง อาจพบจุดเลือดที่ผิวหนัง หรือเจ็บที่ชายโครงด้านขวา มักไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากไข้เป็นหวัดที่จะมีน้ำมูกร่วมด้วย ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงเมื่อป่วยแล้วจะรุนแรง คือ ผู้ป่วยที่เคยป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกมาแล้ว และผู้ที่มีโรคประจำตัว หากมีอาการดังกล่าว ขอให้รีบไปพบแพทย์ ห้ามซื้อยามารับประทานเอง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้